Awesome design and Features
Awesome design and Features
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Mauris ac vehicula sapien. Phasellus bibendum iaculis orci et vehicula. Morbi in mattis elit.
Easy to use featured enrich admin panel
Easy to use featured enrich admin panel
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Mauris ac vehicula sapien. Phasellus bibendum iaculis orci et vehicula. Morbi in mattis elit.
Custom inbuilt widgets
Custom inbuilt widgets
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Mauris ac vehicula sapien. Phasellus bibendum iaculis orci et vehicula. Morbi in mattis elit.
Extensive support forum
Extensive support forum
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Mauris ac vehicula sapien. Phasellus bibendum iaculis orci et vehicula. Morbi in mattis elit.
Higly SEO optimized structure
Higly SEO optimized structure
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Mauris ac vehicula sapien. Phasellus bibendum iaculis orci et vehicula. Morbi in mattis elit.

เรือโชว์โหดเปิดบ้านยำเบิร์นลี่ย์ 5-0 ขึ้นจ่าฝูงหล่อๆ

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ฟอร์มดุดัน ถล่ม “เดอะ คลาเร็ตส์” เบิร์นลีย์ ขาดลอย 5-0 ด้วยประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร, แบร์นาร์โด ซิลวา, แฟร์นันดินโญ, ริยาด มาห์เรซ และ เลรอย ซาเน ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 แมนฯ ซิตี 5-0 เบิร์นลีย์ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ดร็อป ราฮีม สเตอร์ลิง กับ เควิน เดอ บรอยน์ นั่งสำรอง ส่ง เซร์คิโอ อกูเอโร ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน แบร์นาร์โด ซิลวา และ เลรอย ซาเน ล่าตาข่าย เบิร์นลีย์ ที่มี แซม โวกส์ กับ เจฟฟ์ เฮนดริค เป็นทีเด็ดแดนหน้า และ โจ ฮาร์ท เฝ้าเสาเผชิญหน้าทีมเก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี ทักทายจะแจ้งนาที 15 ริยาด มาห์เรซ วิงแบ็กด้านขวา โยนลึกมาเสาสอง เซร์คิโอ อกูเอโร ชาร์จเผาขน โจ ฮาร์ท นายทวาร ป้องกันไว้ได้ ถัดมา 2 นาที ดาบิด ซิลบา จ่ายเรียดจากซ้ายให้ “เอล กุน” ตวัดยิงด้วยซ้าย ขึ้นนำ 1-0 แชมป์เก่า ค่อยๆ ลำเลียงบอลช่องกระทั่งนาที 45+2 ซึ่งน่าบวกเพิ่มแบบสุดๆ แบร์นาร์โด ซิลวา ตัวรุกกราบขวา ตักโด่งให้ ดาบิด ซิลบา สะบัดโล่งๆ ติดเซฟ โจ ฮาร์ท ไม่พ้นอันตราย เซร์คิโอ อกูเอโร ซ้ำดาบสองไม่ตรงกรอบ สู้กันต่อครึ่งหลัง ซิตี หนีไปเป็น 2-0 นาที 54 ดาบิด ซิลบา ฉวยโอกาสแนวรับ เบิร์นลีย์ หยุดเล่น จังหวะเบียด เลรอย ซาเน ล้มลง กลัวเสียจุดโทษ เปิดเรียดจากสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ แบร์นาร์โด ซิลวา ยิงง่ายๆ สกอร์ไหลเป็น 3-0 นาที 56 ซาเน เปิดเตะมุมฝั่งซ้าย ตกใส่หน้าขา เบน มี กระฉอกตั้งให้ แฟร์นันดินโญ แปสวนแถวสอง “เรือใบสีฟ้า” ตอกฝาโลงสนิท นาที 83 ริยาด มาห์เรซ แนวรุกแอลจีเรีย บรรจงปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดนอกเขต ชนิด โจ ฮาร์ท หมดสิทธิ์เซฟ ทิ้งห่าง 4-0 จากนั้นนาที 90 เบนจามิน เมนดี แบ็กซ้าย เปิดเข้ากลางให้ เลรอย ซาเน ยิงตามน้ำ ย้ำชัย 5-0 จบเกม แมนฯ ซิตี เก็บเพิ่มเป็น 23 แต้ม จาก 9 นัด แซง เชลซี ยึดจ่าฝูงชั่วคราว ขณะที่ เบิร์นลีย์ มี 8 แต้ม เท่าเดิม รั้งอันดับ 13 รายชื่อ 11 ตัวจริง แมนฯ ซิตี : เอแดร์สัน , จอห์น สโตนส์ , เอย์เมอริค ลาปอร์ต , แว็งซองต์ กอมปานี , ดาบิด ซิลบา , แฟร์นันดินโญ , เบนจามิน เมนดี , ริยาด มาห์เรซ , เซร์คิโอ อกูเอโร ,

สิงห์บูลส์ โกงตายซัดตามเจ๊าผีทดเจ็บ มูเกือบฟาดปากสต๊าฟฟ์

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี รอดพ้นความปราชัยเกมแรกของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ไล่ตีเสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงทดเจ็บ 2-2 ด้วยประตูของ รอสส์ บาร์กลีย์ แถมมูรินโญ่หวิดฟาดปากกับสต๊าฟฟ์ของทีมเก่า พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 เชลซี 2-2 แมนฯ ยูไนเต็ด เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือ เชลซี ส่ง อัลบาโร โมราตา ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เอเดน อาซาร์ และ วิลเลียน ล่าตาข่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี โรเมลู ลูกากู , อองโตนี มาร์กซิยาล , ฆวน มาตา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นทีเด็ดแนวรุก เชลซี เดินเกมรุกดุดันกว่า นาที 21 วิลเลียน เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ สลัดหนี พอล ป็อกบา ขวิดโล่งๆ เสียบมุมเสาไกล ขึ้นนำ 1-0 ต่อมานาที 47 จอร์จินโญ ตะลุยมาเอง แทงเจาะตรงกลางให้ อัลบาโร โมราตา หมุนตัวยิงด้วยซ้าย ดาบิด เด เคอา นายทวาร รับติดมือ อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉวยโอกาส มาร์กอส อลอนโซ นอนเจ็บ ตามตีเสมอ 1-1 นาที 55 จังหวะ มาเตโอ โควาซิช โหม่งเคลียร์ไม่ขาด แอชลีย์ ยัง แบ็กขวา ยิงสวนแถวสองแฉลบ จอร์จินโญ ตั้งให้ อองโตนี มาร์กซิยาล วอลเลย์ด้วยขวาตุงตาข่าย บดอยู่นาน “สิงโตน้ำเงินคราม” น่าบวกเพิ่มสุดๆ เริ่มจากนาที 66 วิลเลียน เปิดฟรีคิกด้านขวาให้ ดาวิด ลุยซ์ สะบัดโล่งๆ บางเกินไป หลุดกรอบนิดเดียว และนาที 71 เอ็น’โกโล ก็องเต สับไกด้วยขวานอกเขต ดาบิด เด เคอา เหยียดปัดไว้ได้ เข้าสู่นาที 73 “ปิศาจแดง” ตอบโต้ด้วยเกมสวนกลับ ฆวน มาตา แตะบอลหนี ดาวิด ลุยซ์ หลุดกราบขวา ฝากมาที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายเรียดขวางสนามให้ อองโตนี มาร์กซิยาล ปั่นย้อนศรเสียบโคนเสา แซงนำ 2-1 เกมทำท่าจะจบด้วยความพ่ายแพ้ ทว่านาที 90+6 กองเชียร์ “เดอะ บลูส์” ส่งเสียงเฮลั่น เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา แบ็กขวา โยนลึกมาเสาสอง ดาวิด ลุยซ์ โหม่งมุมแคบชนเสาไกล อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ตามซ้ำติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ยังไม่พ้นอันตราย รอสส์ บาร์ลีย์ ตัวสำรอง ซ้ำดาบที่ 3 ตีเสมอ 2-2 จากนั้นเกิดเหตุวุ่นวาย มาร์โก ยานนี สตาฟฟ์โค้ช “สิงห์บลูส์” ดีใจสุดขีด ชกลมต่อหน้าต่อตา มูรินโญ จนเกือบปะทะกันบริเวณข้างสนาม ครบ 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 14 แต้ม จาก 9 นัด รั้งอันดับ 8 ขณะที่ เชลซี หยุดสถิติไร้พ่ายเป็น 9 เกมรวด มี 21 แต้ม ยึดจ่าฝูงชั่วคราว รายชื่อ 11 ตัวจริง เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลากา , ดาวิด ลุยซ์ , อันโตนิโอ รูดิเกอร์ , มาร์กอส อลอนโซ , เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา

ซาลาห์ ซัดโทนพาหงส์บุกเชือดฮัดเดอร์สฟิลด์ หืดจับ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุก ลิเวอร์พูล สวมบทฮีโร่ พังประตูเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมท้ายตาราง แบบหวุดหวิด 1-0 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม จอห์น สมิธ สเตเดียม พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ 0-1 ลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ขาด ซาดิโอ มาเน มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เซอร์ดาน ชาคิรี และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล่าตาข่าย ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ รูปเกมอึดอัดอยู่นาน กระทั่งนาที 24 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 เซอร์ดาน ชาคิรี แทงทะลุด้านขวาให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงหักข้อเสียบโคนเสาไกล ถัดมานาที 31 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ หวิดทวงคืน โจนาธาน ฮ็อกก์ ตะบันด้วยขวานอกเขตชนเสา สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ เน้นรัดกุม และแทบไม่มีจังหวะลุ้นประตูเพิ่ม จนถึงนาที 64 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เปิดโค้งๆ ตรงริมเส้นด้านซ้าย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พักอกแล้วสับไกด้วยซ้ายข้างถนัด หลุดกรอบนิดเดียว เข้าสู่นาที 81 เจ้าถิ่น น่าตีเสมอสุดๆ ไอแซ็ค เอ็มเบนซา ตัวสำรอง เปิดจากริมเส้นด้านขวา เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก กับ เดยัน ลอฟเรน สกัดวืด เลยมาถึง สตีฟ มูนี รับส้มหล่นยิงจ่อๆ เหินข้ามคาน จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 23 แต้ม จาก 9 นัด เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทว่าผลต่างลูกได้-เสียน้อยกว่า อยู่อันดับ 2 ขณะที่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ ยังชนะใครไม่เป็น มี 3 แต้ม เท่าเดิม รั้งอันดับ 19 รายชื่อ 11 ตัวจริง ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ : โยนาส ลอสเซิล , คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์ , คริส เลิฟ , มาธิอัส ยอร์เกนเซน , ฟิลิป บิลลิง , อารอน มอย , โจนาธาน ฮ็อกก์ , เอริก เดิร์ม , ฟลอเรนต์ ฮาเดอร์โกนาจ , โลร็องต์ เดอปัวเตร , อเล็กซ์ พริตชาร์ด ลิเวอร์พูล : อลิสสัน , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , เดยัน ลอฟเรน , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , โจ โกเมซ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , เจมส์ มิลเนอร์ , อดัม ลัลลานา , แดเนียล สเตอร์ริดจ์ , เซอร์ดาน ชาคิรี , โมฮาเหม็ด ซาลาห์

เลวานเบิกร่อง เสือใต้ ฟื้นแล้วบุกขย้ำหมาป่าแม้เหลือ 1-0 ตัว

เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ซึ่งเหลือ 10 คน คืนฟอร์มเก่า เอาชนะ “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก แบบหืดจับเล็กน้อย 3-1 ด้วย 2 ประตูของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์ ศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดที่ 8 ของฤดูกาล 2018-19 ณ สนาม โฟล์ก สวาเกน อารีนา โวล์ฟสบวร์ก (อันดับ 9 : 7 นัด มี 9 คะแนน) ต้อนรับ บาเยิร์น มิวนิก (อันดับ 7 : 7 นัด มี 13 คะแนน) ที่มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฮาเมส โรดริเกวซ , อาร์เยน ร็อบเบน และ แซร์จ กนาบรี ล่าตาข่าย บาเยิร์น มิวนิก ขึงอยู่นานกระทั่งนาที 30 มัตส์ ฮุมเมิลส์ แทงเรียดเจาะด้านซ้าย ติอาโก อัลคานทารา ข้ามหลอกหลุดถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แปลอดขา โคเอน คาสตีลส์ นายทวาร ขึ้นนำ 1-0 สกอร์เกือบไหลนาที 32 อาร์เยน ร็อบเบน หนุนจากแถวสอง ป้ายออกขวาให้ ฮาเมส โรดริเกวซ แต่งหาช่องยิงยัดติดเซฟ คาสตีลส์ ออกหลัง สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์เก่า เก็บส้มหล่นนาที 48 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โฉบตัดบอลโหม่งคืนผู้รักษาประตูของ วิลเลียม แตะหลบ โคเอน คาสตีลส์ แล้วยิงง่ายๆ หนีไปเป็น 2-0 ทว่าสถานการณ์พลิกผันนาที 57 อาร์เยน ร็อบเบน แนวรุกจอมเก๋า แหย่ขาสกัด เอลวิส เร็กซ์เบอไคจ์ ล้มลง ผู้ตัดสินชักใบเหลืองที่ 2 เข้าสู่นาที 63 โวล์ฟสบวร์ก จุดประกายความหวัง อัดเมียร์ เมห์เมดี ตัวสำรอง เปิดเรียดจากเขตโทษฝั่งขวา ใส่พานให้ เวาท์ เวกฮอร์สท แปจ่อๆ เสยเพดานตาข่าย ไล่มาเป็น 1-2 อย่างไรก็ตาม “เสือใต้” บวกเพิ่มเป็น 3-1 นาที 72 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี หักทะลุด้านขวาให้ ฮาเมส โรดริเกวซ ยิงยัดเสาแรก จบเกม บาเยิร์นฯ หยุดสถิติไม่ชนะ 3 เกมรวด ระดับลีกสูงสุด เก็บเพิ่มเป็น 16 แต้ม จาก 8 นัด ขยับขึ้นอันดับ 2 กวด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4 แต้ม ขณะที่ โวล์ฟสบวร์ก มี 9 แต้ม เท่าเดิม หล่นอันดับ 11 ผลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน 2018-19 ประจำวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม เลเวอร์คูเซน 2-2 ฮันโนเวอร์ 96 [0-1 ฟลอเรนท์ มุสลิยา น.25 , 1-1 ลาร์ส เบนเดอร์ น.34 , 1-2 เฟลิเป น.54 , 2-2 คาริม เบลลาราบี น.90+4] เอากส์บวร์ก 0-0 ไลป์ซิก เนิร์นแบร์ก 1-3 ฮอฟเฟนไฮม์ [1-0 ฮันโน เบห์เรนส์ (จุดโทษ) น.18 , 1-1 ไรส์ส เนลสัน น.50 , 1-2 ไรส์ส เนลสัน น.57 , 1-3 อดัม ซาไล น.67] สตุตการ์ต 0-4 ดอร์ทมุนด์ [0-1 จาดอน ซานโช น.3 , 0-2 มาร์โก รอยส์ น.23

หงส์ เอามั้ย ราชันชุดขาวยอมปล่อย อเซนซิโอ หากได้ 100 ล้านปอนด์

“ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด เตรียมที่จะปล่อยตัว มาร์โก อเซนซิโอ ตัวรุกดาวรุ่งทีมชาติสเปน ออกจากถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว หากได้ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ (4,800 ล้านบาท) อเซนซิโอ ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับ ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือของเรอัล มาดริด ได้ในฤดูกาลนี้ ทั้งที่ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในความหวังแนวรุกของทีมหลังจากที่ต้องเสีย คริสเตียโน โรนัลโด ไปให้กับยูเวนตุส ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก มาร์กา สื่อดังของสเปน ระบุว่า เรอัล มาดริด พร้อมปล่อยตัว อเซนซิโอ ถ้าได้ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ ซึ่งน่าจะเป็นส่งสัญญาณไปถึงทีมลิเวอร์พูลที่เคยมีข่าวกับดาวเตะวัย 22 ปี อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ ปารีส แซงต์ แชร์แมง ก็พร้อมแย่งชิงตัวด้วยเช่นกัน

บาร์ซ่า ระส่ำ เมสซี เจ็บแขนพักสามสัปดาห์ชวดลงเอล กลาสิโก

ลิโอเนล เมสซี ดาวยิง บาร์เซโลนา ต้องพักรักษาตัว 3 สัปดาห์ หลังกระดูกแขนขวาร้าว เกมเอาชนะ เซบีญา 4-2 ศึก ลา ลีกา สเปน ชวดลงสนามพบ เรอัล มาดริด อริตลอดกาล สัปดาห์หน้า เจ้าของรางวัล “บัลลง ดอร์” 5 สมัย ถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาที 26 หลังร่วงสู่พื้นแบบผิดท่า จังหวะแย่งบอลกับ ฟรังโก วาซเกวซ และถูกเปลี่ยนตัวออก นาที 26 หลังปฐมพยาบาลอยู่นาน เป็นเหตุให้หมดสิทธิ์เยือนถิ่น ซานติอาโก เบร์นาบิว วันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค. อูสมาน เดมเบเล แนวรุกชาวฝรั่งเศส ลงเล่นแทน เมสซี วัย 31 ปี ซึ่งโชว์ฟอร์มโดดเด่น ใส่พานให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์บราซิเลียน ส่องปลดล็อก และยิง 1 ประตู ทิ้งห่าง 2-0 ช่วง 12 นาทีแรกของเกม เออร์เนสโต บัลเบร์เด เทรนเนอร์ “บาร์ซา” กล่าว “เห็นได้ชัดว่ามันคือความเสียหายอย่างหนัก เรารู้ว่าเขามีความสำคัญแค่ไหน และสามารถเล่นงานคู่แข่งได้อย่างไรบ้าง” “เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม แน่นอนเราตระหนักถึงการสูญเสีย เมสซี แต่เราก็มีนักเตะคนอื่นๆ ที่สามารถทดแทนได้” ทั้งนี้ จอมทัพชาวอาร์เจนไตน์ ยังพลาดลงเล่น ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม พบ อินเตอร์ มิลาน ทั้งเหย้า-เยือน วันที่ 24 ตุลาคม และ 7 พฤศจิกายน ตามลำดับ นอกเหนือจากแมตช์ “เอล กลาสิโก”

ซาร์รี ยอมรับทีมสตาฟฟ์สิงห์บลูส์ผิดแสดงอาการดีใจยั่วจ่ามู

เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือ เชลซี สวดลูกทีมละเลยแผนการเล่น จนต้องตกเป็นฝ่ายตามตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า แบบดุเดือด 2-2 พร้อมทั้งยอมรับผิดที่ทีมสตาฟฟ์แสดงอาการไม่เหมาะสมต่อมูรินโญ่ รอสส์ บาร์กลีย์ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษ สวมบทอัศวินขี่ม้าขาว ยิงตีเสมอช่วงทดเจ็บนาที 90+6 หลังถูก อองโตนี มาร์กซิยาล หัวหอกชาวฝรั่งเศส เหมา 2 ประตู พลิกนำ 2-1 ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ทำให้ “ปิศาจแดง” จ่อบุกมาเก็บ 3 แต้มครั้งแรก ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2012 อย่างไรก็ตาม บทสรุปจบลงด้วย “สิงโตน้ำเงินคราม” ยังคงยืดสถิติไร้พ่ายเป็น 9 เกม นับเฉพาะลีกสูงสุด ทว่า ซาร์รี วัย 59 ปี ยอมรับโชคดีที่รอดพ้นความปราชัยนัดแรก หลังหันมาเน้นบอลโยนยาว นับตั้งแต่ มาร์กซิยาล ยิงตีเสมอนาที 55 อดีตเทรนเนอร์ นาโปลี กล่าว “ผมต้องการลงเล่นเพื่อ 3 คะแนนทุกนัด วันนี้ผมพอใจผลงานแค่ 60 นาที เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราเล่นตามสไตล์ของตัวเอง แต่พอสกอร์เท่ากัน 1-1 เราเล่นแต่บอลโยนยาว และไม่สามารถเก็บจังหวะ 2 ได้ นั่นเป็นจุดที่ ยูไนเต็ด เหนือกว่า” “ผมติดตามการแข่งขันบนม้านั่ง ตอนนี้ผมต้องการศึกษาเกมครึ่งหลัง ผมไม่ต้องการเล่นบอลโยนยาว แล้วดักจังหวะสอง ผมต้องการเล่นด้วยการต่อบอลสั้น ผมไม่รู้ว่าเราเปลี่ยนแนวทางได้อย่างไร หากผมรู้ก็คงแก้เกมทันที สำหรับคุณมันเป็นแค่เกม 90 นาที แต่สำหรับผมมันเหมือน 4 ชั่วโมง” ทั้งนี้ บิ๊กบอสชาวอิตาเลียน เผยถึงเหตุวุ่นวายท้ายเกม ซึ่ง มาร์โก ยานนี สตาฟฟ์โค้ช ฉลองประตูของ บาร์กลีย์ ส่อเจตนายั่วยุ โชเซ มูรินโญ กุนซือ ยูไนเต็ด จนเกือบทะเลาะวิวาท “ผมเข้าใจว่าเราเป็นฝ่ายผิด และผมสั่งสตาฟฟ์ของผม คุยกับ โชเซ แล้วขอโทษ ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว” “เราผิดพลาดเอง ผมต้องการพูดคุยกับเขา (ยานนี) อีกครั้ง เพราะผมต้องการความมั่นใจว่า เขาจะเรียนรู้ว่านี่เป็นความผิดอย่างมหันต์ พรุ่งนี้ผมจะตักเตือนเขาอีกครั้ง”

จ่ามู ไม่เก็บมาคิด บอกยกโทษสต๊าฟฟ์สิงห์บลูส์ไปแล้ว

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกโทษแก่ มาร์โก ยานนี สตาฟฟ์ เชลซี เรียบร้อยแล้ว กรณีแสดงอาการดีใจเกินเหตุ หลังจบศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์  ยานนี ฉลองด้วยการยกกำปั้นชกลมด้วยท่าทางสะใจสุดๆ ส่อเจตนายั่วยุ ทำให้ มูรินโญ ลุกจากม้านั่งสำรอง เดินตามเข้าอุโมงค์ห้องแต่งตัวเพื่อเอาเรื่อง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้ามปราม อย่างไรก็ตาม “เดอะ สเปเชียล วัน” นั่งโต๊ะแถลงข่าว บอกว่าทุกอย่างกลายเป็เพียงอดีต “ไม่เอาน่า ผมขอบอกว่าตลอด 97 นาที มันน่าตื่นเต้น ซึ่งคุณน่าจะสนใจมากกว่า” “ผมไม่ได้รับการให้เกียรติจากแฟนๆ เชลซี แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ผมทำวันนี้ ผมก็จะทำเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นที่มาดริด (รีล มาดริด) , มิลาน (อินเตอร์ฯ) หรือ ปอร์โต ปฏิกิริยาของแฟนๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม” “เรื่องสตาฟฟ์ของ ซาร์รี เขาเป็นคนแรกที่เดินมาหาผม แล้วบอกว่าเขาจะแก้ไขเอง สตาฟฟ์คนนั้นมาหาผม และกล่าวขอโทษแล้ว ผมตอบกลับว่า ลืมมันเสียเถอะ ผมเคยทำผิดพลาดมากมายตลอดอาชีพ”

เอ็มบัปเป ฮีโร่กดโทษพาตราไก่ตีเจ๊าน้ำแข็ง

ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2 สมัย หวิดเสียฟอร์มแพ้ ไอซ์แลนด์ แต่เคราะห์ดีได้อิทธิฤทธิ์ของ คีเลียน เอ็มบัปเป ร่ายมนต์ช่วยให้ “ตราไก่” ยันเสมอ 2-2 หวุดหวิดในเกมอุ่นเครือ่ง กระชับมิตรทีมชาติ ฝรั่งเศส 2-2 ไอซ์แลนด์ เกมอุ่นเครื่องคู่ที่น่าสนใจ ฝรั่งเศส แชมป์โลกสมัยล่าสุด เล่นในบ้านตัวเองเจอกับ ไอซ์แลนด์ ม้ามืดเซอร์ไพรส์จากรายการดังกล่าว เกมนี้ “ตราไก่” จัดทีมชุดใหญ่ทั้ง อองตวน กรีซมันน์, พอล ป็อกบา และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงสังหาร เริ่มเกมมา 6 นาที ไอซ์แลนด์ ทำเสียวเกือบนำ กิลฟี ซิกูร์ดสัน จ่ายเข้าทาง อาร์โร เทราเทสัน ยิงด้วยขวาแต่ติดเซฟ อูโก ยอริส ต่อมา นาที 17 ฝรั่งเศส มีสวน พอล ป็อกบา ได้บอลจากเพื่อนแล้วลองซัดไกลแต่ก็ออกข้างไป ฝรั่งเศส เล่นดีกว่าทว่า นาที 29 เจอ ไอซ์แลนด์ สวนกลับ อัลเฟรด ฟินโบกาซอน แย่งบอลมาแล้วป้ายเข้ากลางให้ เบอร์เกียร์ บาร์นาสัน แปด้วยขวาเสียบเสานำ 1-0 ด้าน นาที 36 ตราไก่ ได้ฟรีคิกลุ้นตีเสมอระยะหวังผลแต่ อองตวน กรีซมันน์ ปั่นข้ามคาน จบครึ่งแรกที่ ไอซ์แลนด์ นำ 1 ลูก ครึ่งหลัง ตราไก่ ต่อสู้ทวงประตูแต่ นาที 58 ไอซ์แลนด์ พังทิ้งห่าง 2-0 กิลฟี ซิกูร์ดสัน เปิดลูกเตะมุมแล้ว คารี อาร์นาสัน โหม่งย้อนเข้าประตูไป ฝรั่งเศส พยายามสู้จน นาที 86 ก็ทวงมาได้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ยิงติดเซฟผู้รักษาประตูแต่บอลเด้งไปโดน โอลเมอร์ อีจอล์ฟสัน เข้าประตูตัวเอง 1-2 และนาที 89 ฝรั่งเศส มาได้จุดโทษเมื่อ โคลเบนอิน ซิธอร์สัน ไปพลาดทำแฮนด์บอลแล้ว คีเลียน เอ็มบัปเป้ รับบทเพชรฆาตสังหารเข้า 2-2จบเกม แชมป์โลก 2 สมัย รอดพ้นจากความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิด รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ฝรั่งเศส – อูโก ยอริส, เพรสเนล คิมเปมเบ้, ราฟาเอล วาราน, ลูคัส ดีจ์น, เบนจาแมง พาวาร์ด, สตีเวน เอ็นซอนซี, อองตวน กรีซมันน์, พอล ป็อกบา, อุสมาเน่ เดมเบเล่, ฟลอเรียน เธาวิน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ไอซ์แลนด์ – รูนาร์ รูนาร์สสัน, รากนาร์ ซิกูร์ดสัน, คารี อาร์นาสัน, เบอร์เกียร์ เซวาร์สัน, โอลเมอร์ อีจอล์ฟสัน, เบอร์เกียร์ บาร์นาสัน, รูนาร์ ซิกูร์ดจอนสัน, อาร์เนอร์ เทราเตสัน, โยฮันน์ กุดมันสัน, อัลเฟรด ฟินโบกาซอน, กิลฟี ซิกูร์ดสัน

ชุดขาว ล็อกเป้าล่า อีริคเซน จอมทัพไก่เดือยทอง

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ในศึกลา ลีกา สเปน ที่ผลงานแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจาก “คริสเตียโน โรนัลโด” ย้ายออกไป ล่าสุดตกเป็นข่าวต้องการตัว คริสเตียน อีริคเซน มาเสริมทัพ โดยสื่อในประเทศสเปนรายงานว่า นักเตะหมายเลข 1 ที่ “ราชันชุดขาว” ต้องการตัวมากที่สุดคือ “คริสเตียน อีริคเซน” กองกลางทีมชาติเดนมาร์ก ของ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสรายวันว่าต้องการคนนั้นคนนี้ ซึ่งคาดกันว่า บอร์ดบริหารเรอัล มาดริด พร้อมทุ่มเงินคว้าตัวมาเสริมทีมในช่วงจบฤดูกาลนี้ สำหรับ อีริคเซน แข้งวัย 26 ปี ย้ายจากทีมอาแจกซ์ มาอยู่กับสเปอร์ส เมื่อฤดูกาล 2013-14 จนถึงปัจจุบัน ลงเล่นทุกรายการไปแล้ว 232 นัด ทำได้ 57 ประตู ขณะที่ทีมชาติเดนมาร์ก ลงเล่น 83 นัด ทำได้ 25 ประตู โดยมีทีเด็ดในการยิงลูกฟรีคิกอีกด้วย