ข่าวพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

เรือโชว์โหดเปิดบ้านยำเบิร์นลี่ย์ 5-0 ขึ้นจ่าฝูงหล่อๆ

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ฟอร์มดุดัน ถล่ม “เดอะ คลาเร็ตส์” เบิร์นลีย์ ขาดลอย 5-0 ด้วยประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร, แบร์นาร์โด ซิลวา, แฟร์นันดินโญ, ริยาด มาห์เรซ และ เลรอย ซาเน ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 แมนฯ ซิตี 5-0 เบิร์นลีย์ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ดร็อป ราฮีม สเตอร์ลิง กับ เควิน เดอ บรอยน์ นั่งสำรอง ส่ง เซร์คิโอ อกูเอโร ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน แบร์นาร์โด ซิลวา และ เลรอย ซาเน ล่าตาข่าย เบิร์นลีย์ ที่มี แซม โวกส์ กับ เจฟฟ์ เฮนดริค เป็นทีเด็ดแดนหน้า และ โจ ฮาร์ท เฝ้าเสาเผชิญหน้าทีมเก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี ทักทายจะแจ้งนาที 15 ริยาด มาห์เรซ วิงแบ็กด้านขวา โยนลึกมาเสาสอง เซร์คิโอ อกูเอโร ชาร์จเผาขน โจ ฮาร์ท นายทวาร ป้องกันไว้ได้ ถัดมา 2 นาที ดาบิด ซิลบา จ่ายเรียดจากซ้ายให้ “เอล กุน” ตวัดยิงด้วยซ้าย ขึ้นนำ 1-0 แชมป์เก่า ค่อยๆ ลำเลียงบอลช่องกระทั่งนาที 45+2 ซึ่งน่าบวกเพิ่มแบบสุดๆ แบร์นาร์โด ซิลวา ตัวรุกกราบขวา ตักโด่งให้ ดาบิด ซิลบา สะบัดโล่งๆ ติดเซฟ โจ ฮาร์ท ไม่พ้นอันตราย เซร์คิโอ อกูเอโร ซ้ำดาบสองไม่ตรงกรอบ สู้กันต่อครึ่งหลัง ซิตี หนีไปเป็น 2-0 นาที 54 ดาบิด ซิลบา ฉวยโอกาสแนวรับ เบิร์นลีย์ หยุดเล่น จังหวะเบียด เลรอย ซาเน ล้มลง กลัวเสียจุดโทษ เปิดเรียดจากสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ แบร์นาร์โด ซิลวา ยิงง่ายๆ สกอร์ไหลเป็น 3-0 นาที 56 ซาเน เปิดเตะมุมฝั่งซ้าย ตกใส่หน้าขา เบน มี กระฉอกตั้งให้ แฟร์นันดินโญ แปสวนแถวสอง “เรือใบสีฟ้า” ตอกฝาโลงสนิท นาที 83 ริยาด มาห์เรซ แนวรุกแอลจีเรีย บรรจงปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดนอกเขต ชนิด โจ ฮาร์ท หมดสิทธิ์เซฟ ทิ้งห่าง 4-0 จากนั้นนาที 90 เบนจามิน เมนดี แบ็กซ้าย เปิดเข้ากลางให้ เลรอย ซาเน ยิงตามน้ำ ย้ำชัย 5-0 จบเกม แมนฯ ซิตี เก็บเพิ่มเป็น 23 แต้ม จาก 9 นัด แซง เชลซี ยึดจ่าฝูงชั่วคราว ขณะที่ เบิร์นลีย์ มี 8 แต้ม เท่าเดิม รั้งอันดับ 13 รายชื่อ 11 ตัวจริง แมนฯ ซิตี : เอแดร์สัน , จอห์น สโตนส์ , เอย์เมอริค ลาปอร์ต , แว็งซองต์ กอมปานี , ดาบิด ซิลบา , แฟร์นันดินโญ , เบนจามิน เมนดี , ริยาด มาห์เรซ , เซร์คิโอ อกูเอโร ,

สิงห์บูลส์ โกงตายซัดตามเจ๊าผีทดเจ็บ มูเกือบฟาดปากสต๊าฟฟ์

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี รอดพ้นความปราชัยเกมแรกของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ไล่ตีเสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงทดเจ็บ 2-2 ด้วยประตูของ รอสส์ บาร์กลีย์ แถมมูรินโญ่หวิดฟาดปากกับสต๊าฟฟ์ของทีมเก่า พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 เชลซี 2-2 แมนฯ ยูไนเต็ด เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือ เชลซี ส่ง อัลบาโร โมราตา ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เอเดน อาซาร์ และ วิลเลียน ล่าตาข่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี โรเมลู ลูกากู , อองโตนี มาร์กซิยาล , ฆวน มาตา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นทีเด็ดแนวรุก เชลซี เดินเกมรุกดุดันกว่า นาที 21 วิลเลียน เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ สลัดหนี พอล ป็อกบา ขวิดโล่งๆ เสียบมุมเสาไกล ขึ้นนำ 1-0 ต่อมานาที 47 จอร์จินโญ ตะลุยมาเอง แทงเจาะตรงกลางให้ อัลบาโร โมราตา หมุนตัวยิงด้วยซ้าย ดาบิด เด เคอา นายทวาร รับติดมือ อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉวยโอกาส มาร์กอส อลอนโซ นอนเจ็บ ตามตีเสมอ 1-1 นาที 55 จังหวะ มาเตโอ โควาซิช โหม่งเคลียร์ไม่ขาด แอชลีย์ ยัง แบ็กขวา ยิงสวนแถวสองแฉลบ จอร์จินโญ ตั้งให้ อองโตนี มาร์กซิยาล วอลเลย์ด้วยขวาตุงตาข่าย บดอยู่นาน “สิงโตน้ำเงินคราม” น่าบวกเพิ่มสุดๆ เริ่มจากนาที 66 วิลเลียน เปิดฟรีคิกด้านขวาให้ ดาวิด ลุยซ์ สะบัดโล่งๆ บางเกินไป หลุดกรอบนิดเดียว และนาที 71 เอ็น’โกโล ก็องเต สับไกด้วยขวานอกเขต ดาบิด เด เคอา เหยียดปัดไว้ได้ เข้าสู่นาที 73 “ปิศาจแดง” ตอบโต้ด้วยเกมสวนกลับ ฆวน มาตา แตะบอลหนี ดาวิด ลุยซ์ หลุดกราบขวา ฝากมาที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายเรียดขวางสนามให้ อองโตนี มาร์กซิยาล ปั่นย้อนศรเสียบโคนเสา แซงนำ 2-1 เกมทำท่าจะจบด้วยความพ่ายแพ้ ทว่านาที 90+6 กองเชียร์ “เดอะ บลูส์” ส่งเสียงเฮลั่น เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา แบ็กขวา โยนลึกมาเสาสอง ดาวิด ลุยซ์ โหม่งมุมแคบชนเสาไกล อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ตามซ้ำติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ยังไม่พ้นอันตราย รอสส์ บาร์ลีย์ ตัวสำรอง ซ้ำดาบที่ 3 ตีเสมอ 2-2 จากนั้นเกิดเหตุวุ่นวาย มาร์โก ยานนี สตาฟฟ์โค้ช “สิงห์บลูส์” ดีใจสุดขีด ชกลมต่อหน้าต่อตา มูรินโญ จนเกือบปะทะกันบริเวณข้างสนาม ครบ 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 14 แต้ม จาก 9 นัด รั้งอันดับ 8 ขณะที่ เชลซี หยุดสถิติไร้พ่ายเป็น 9 เกมรวด มี 21 แต้ม ยึดจ่าฝูงชั่วคราว รายชื่อ 11 ตัวจริง เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลากา , ดาวิด ลุยซ์ , อันโตนิโอ รูดิเกอร์ , มาร์กอส อลอนโซ , เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา

ซาลาห์ ซัดโทนพาหงส์บุกเชือดฮัดเดอร์สฟิลด์ หืดจับ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุก ลิเวอร์พูล สวมบทฮีโร่ พังประตูเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมท้ายตาราง แบบหวุดหวิด 1-0 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนาม จอห์น สมิธ สเตเดียม พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ 0-1 ลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ขาด ซาดิโอ มาเน มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เซอร์ดาน ชาคิรี และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล่าตาข่าย ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ รูปเกมอึดอัดอยู่นาน กระทั่งนาที 24 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 เซอร์ดาน ชาคิรี แทงทะลุด้านขวาให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงหักข้อเสียบโคนเสาไกล ถัดมานาที 31 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ หวิดทวงคืน โจนาธาน ฮ็อกก์ ตะบันด้วยขวานอกเขตชนเสา สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ เน้นรัดกุม และแทบไม่มีจังหวะลุ้นประตูเพิ่ม จนถึงนาที 64 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เปิดโค้งๆ ตรงริมเส้นด้านซ้าย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พักอกแล้วสับไกด้วยซ้ายข้างถนัด หลุดกรอบนิดเดียว เข้าสู่นาที 81 เจ้าถิ่น น่าตีเสมอสุดๆ ไอแซ็ค เอ็มเบนซา ตัวสำรอง เปิดจากริมเส้นด้านขวา เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก กับ เดยัน ลอฟเรน สกัดวืด เลยมาถึง สตีฟ มูนี รับส้มหล่นยิงจ่อๆ เหินข้ามคาน จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 23 แต้ม จาก 9 นัด เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทว่าผลต่างลูกได้-เสียน้อยกว่า อยู่อันดับ 2 ขณะที่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ ยังชนะใครไม่เป็น มี 3 แต้ม เท่าเดิม รั้งอันดับ 19 รายชื่อ 11 ตัวจริง ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ : โยนาส ลอสเซิล , คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์ , คริส เลิฟ , มาธิอัส ยอร์เกนเซน , ฟิลิป บิลลิง , อารอน มอย , โจนาธาน ฮ็อกก์ , เอริก เดิร์ม , ฟลอเรนต์ ฮาเดอร์โกนาจ , โลร็องต์ เดอปัวเตร , อเล็กซ์ พริตชาร์ด ลิเวอร์พูล : อลิสสัน , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , เดยัน ลอฟเรน , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , โจ โกเมซ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , เจมส์ มิลเนอร์ , อดัม ลัลลานา , แดเนียล สเตอร์ริดจ์ , เซอร์ดาน ชาคิรี , โมฮาเหม็ด ซาลาห์